หวัดดีครับ ทุกท่าน ผมเพิ่งมาใหม่ครับ (เพิ่งได้ A32 ปี 99 เครื่อง 2000 มาใช้น่ะครับ)
มีเรื่องปรึกษาท่านสมาชิกดังนี้ : ท้าวความก่อนน่ะครับ รถเพิ่งติดแก๊สหัวฉีด AC มา ก่อนหน้าเดินเบาปกติ พอติดมาแล้วมีอาการดังนี้
1. เดินเบาสะดุด แต่เข็ดวัดรอบแทบไม่แกว่ง (มีแกว่งเล็กน้อยบางครั้ง)
2. สักเกตุควันที่ท่อไอเสีย เสียงมาเหมือน ซูบารุ เลย บู๊ดๆๆๆๆๆๆ
3. การสะดุดเวลาติดไฟแดง บางทีมา บางทีไม่มา แล้วแต่อารมณ์มัน (แต่ไม่ถึงกับดับ)
4. ขับขึ้น 80 กม/ชม แล้วเบรก มีเสียงเหมือนหม้อลมเบรกรถบัส โบ๊ๆๆๆๆๆๆ
อาการเครื่องเดินเบา แล้วมีสะดุด ได้เข้าไปหาช่างเน๊ะ แล้ว โดยเปลี่ยนคอยล์ มา 6 ตัว (เซียงกง) ผลคือหายสนิท แต่พอขับกลับบ้าน(เชียงใหม่) มาได้ 100 กว่าโล มันมาอีกแล้วครับท่าน
แต่มาน้อยกว่าตอนไม่ได้เปลี่ยนคอยล์
ตอนนี้ความคิดส่วนตัว จะเปลี่ยนคอยล์ใหม่สดๆทั้ง 6 ตัวไปเลย ดีมั้ย หรือจะเคลมคอยกลับไปที่ช่างเน๊ะ ก่อนดี (แต่ถ้าเปลีย่นใหม่เลยก็กลัวมันไม่หายอีกน่ะ เห่อ หลายตังค์ด้วยสิ)
ช่วยทีครับใครพอมีประสบการณ์แนวผมบ้าง ช่วยหน่อยๆ กลุ้มใจอ่ะครับ
อาการข้างต้นผม ทดสอบโดยใช้น้ำมันน่ะครับ (ปิดระบบแก๊สทดสอบ)
กลับไปหาช่างเน๊ะ เพื่อตรวจสอบอีกครั้งครับ การสดุดให้พจารณาดังนี้ครับ หากมีการสดุ้ง กระตุก กระตุก ให้ตรวจสอบคอยล์และหัวเทียน หากมีอาการรอบสวิง ให้เช็คแอร์ฟร์ครับ
ครับใช่เลยมันมีอาการสะดุ้ง กระตุกๆ มาเป็นรอบๆ ท่าจะนิ่งก็นิ่ง (แต่ส่วนใหญ่จะไม่นิ่ง) เข็มรอบไม่สวิง เวลาสะดุ้ง น้อยมากที่เข็มจะกระดิก
ได้คุยกะช่างเน๊ะทางโทรสับแล้วครับ แกจะส่งของมาให้ทางไปรษณีย์ แต่ผมก็ไม่รู้จะเช็คยังไงว่าตัวไหนมันไม่ดี เข้าไปอู่มาแล้วเค้าก็บอกว่าต้องสุ่มเปลี่ยนเอา
ก็เลยกลัวจะเรื้อรัง ว่าจะให้ช่างแกส่งของใหม่มาให้เลยแล้วเพิ่มตังค์เอา (แต่ยังกลัวว่าเปลี่ยนใหม่ๆสดๆไปแล้วจะไม่จบ กลัวไม่หายน่ะครับ เงินก็ไม่ใช่น้อยๆ เอาไงดีน่ะเรา)
เห่อ กลุ้ม ......
ส่งของใหม่ก็ดีครับ จบเลยแหละ
ตัดสินใจหล่ะ ลองเปลี่ยนของใหม่เลยครับ โอนเงินให้ช่างเน๊ะเรียบร้อย
รอของส่งมาก่อน เดี๋ยวได้รู้กัน อิอิ
ผลทดสอบหลังเปลี่ยนคอยล์ ใหม่เอี่ยมๆ 6 ตัว (ที่ได้มาจากช่างเน๊ะ)อาการสะดุ้ง ดีขึ้นน้อยลงไปเยอะ แต่ๆๆๆ มันยังมีอยู่
ช่างแก๊สที่ไปติดแก๊สตรวจเช็คให้ต่อผลอาการตรวจเช็คหลังเปลี่ยนคอยล์มีดังนี้
1. สะดุ้งน้อยลงไปเยอะมาก สะดุ้งมีมารยาทขึ้นไปเยอะ บางครั้งลืมไปเลยว่ามันเคยมีสะดุ้ง (เจ้าของรถยิ้มได้เยอะ แต่ยังฉีกยิ้มไม่เต็มแก้ม)
2.ช่างแก๊ส สันนิฐานตัวอื่นต่อ โดยๆๆ พุ่งเป้าไปที่หัวฉีด (เอาแล้วกูจะโดนอีกเท่าไหร่ว่ะเนี้ย)
2.2 ทดสอบโดยสตาร์ทเครื่อง ให้ระบบแก๊สทำงาน
2.3 ทดสอบดึงปลั๊กหัวฉีดแถวหน้าทีละตัว (มี 3 ตัว )
2.4 เริ่มถอดปลั๊กตัวขวาสุด ผลคือ เครื่องยังเดินปกติ
2.5 ถอดปลั๊กตัวกลาง ผลคือ เครื่องกระพือ สั่น (รู้สึกได้โดยการเอามือแตะที่คานหน้าหม้อน้ำ) ใส่ปลั๊กกลับคืนไป
2.6 ถอดปลั๊กตัวซ้าย ผลคือ เครื่องกระพือ สั่น แต่น้อยกว่า ข้อ 2.5
ผลที่ได้จากการทดลอง:ช่างแก๊สสรุปให้ว่า โดยปกติแล้วเวลาระบบแก๊สทำงาน หัวฉีดน้ำมันจะไม่มีการทำงานร่วมด้วย (โดนถูกตัดการจ่ายน้ำมันไปนั่นเอง)
นั่นหมายความว่าไม่ว่าเราจะถอดปลั๊กหัวฉีดน้ำมันยังไงก็ตาม ต้องไม่มีผลอะไรตามมากับระบบเครื่องยนต์
แต่นี่ผลที่ได้จากการทดลอง มันกลับมีผล
นั่นหมายความว่าในห้องเผาไหม้ อาจมีการรั่วซึมของน้ำมันลงไป ขณะที่แก๊สทำงาน ทำให้เกิดการเดินไม่เรียบดังกล่าว
การทดลองต่อไปช่างแก๊สแนะนำให้ไปลองล้างหัวฉีดดู แต่เดี่ยวก่อน วันนี้ช่างใจดี + สงสารผมที่เสียเิงินหมื่นไปเบิกคอยล์ใหม่มาลอง จึงแนะนำต่อว่า
ช่างแก๊ส จะทำการใส่ตัวปั๊มติ๊กเพิ่ม (ใช่ชื่อนี้ป่าวผมไม่แน่ใจ) คือติดตั้งเหนือขึ้นไปบนรางหัวฉีด เพื่อเวลาแก๊สทำงาน กล่องของแก๊สก็จะไปสั่งงานไอ้เจ้าติ๊กตัวเนี้ย
ให้มันลดแรงดันในราง เพื่อตัดการทำงานของหัวฉีด คือลดลงไปจาก 2-3 บาร์ไรของเค้าทำนองเนี้ย
คือประมาณว่า หลีกเลี่ยงการล้างหัวฉ๊ด แล้วขยับขึ้นไปหาวิธี ตัดระบบหัวฉีดเหนือหัวฉ๊ดขึ้นไปอ่ะ ตอนที่แก๊สทำงาน่ะ เพื่อไม่ให้มันไปผสมกันในกระบอกสูบ
ช่างแก๊สใจดีมาก นัดไปทำทิตย์หน้า จัดให้ฟรี ไม่คิดค่าอะไหล่ที่จะมาติดให้ด้วย เพราะเห็นใจเจ้าของรถ ซาบซึ้งจิงๆ + กับ ช่างเองก็อยากต่อยอดความรู้ด้วย
เลยอยากสอบถามสมาชิกในบอร์ดว่า มีใครเคยมีประสบการณ์คล้ายๆผมบ้าง หรือ มีช่างท่านใดในบอร์ดที่เชี่ยวชาญ ที่จะเสริมหรือแก้ไขแนวทางที่ผมเล่า
มาขั้นต้นบ้าง ช่วยๆแนะนำกันหน่อยน่ะครับ ผมรออยู่.........