ผู้เขียน หัวข้อ: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก  (อ่าน 1384 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Sakda

  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 1725
  • จิตพิสัย: 16
  • เปรมครับ 089 - 6070483
    • อีเมล์
ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 08:47:11 AM »
ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก


ไข่เป็นอาหารที่เปี่ยม ไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการเรียกได้ว่ากินไข่ฟองเดียวได้สารอาหารครบ 5 หมู่ ทุกครัวเรือนจึงต้องมีไข่ติดบ้านไว้ ไข่มีวิธีปรุงที่ง่ายแสนง่าย และยังปรุงได้ทั้งอาหารคาว และหวาน

ไม่ว่าไข่ไก่หรือไข่เป็ดหากไม่ระมัดระวังในการถือไข่อาจจะกระทบกันทำให้เกิดรอยร้าว เมื่อเรานำไปต้ม ไข่ก็จะทะลักออกตามรอยร้าว

ดังนั้นก่อนที่เราจะนำไข่ที่มีรอยร้าวไปต้มให้ใส่ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ ในน้ำที่จะใช้ต้มความเค็มของเกลือจะช่วยปิดรอยร้าวของไข่ไม่ให้เนื้อไข่ไหลออกมา ในการต้มไข่หากต้องการให้ไข่แดงเป็นยางมะตูมสวยน่ากินควรใช้เวลาต้มประมาณ 8 นาที
 
 
archeep.com
 
มีเวลามากมาย แต่ไม่เคยให้ครอบครัว  มีไปทำใม

ออฟไลน์ Episode

  • Global Moderator
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 11357
  • จิตพิสัย: 124
  • ยนต์ครับ 081-7118005 Cefiro A32 สีเขียว
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 09:04:44 AM »
ไข่ไก่ อาหารโปรตีนป้องกันโรคความจำเสื่อม
 สวัสดีค่ะ พรศรี เหล่ารุจิสวัสดิ์ และทีมงานจากสำนักที่ปรึกษาฯ มีโอกาสพบกับเพื่อนๆ ชาว CP เป็นครั้งที่สองบนพื้นที่ของ We are Cp.com นะค่ะ ต่อจากตอนแรกที่ได้นำเรื่องราวของการใช้ไข่ไก่อาหารโปรตีนทรงคุณค่าสำหรับทุกคนเป็นสื่อการโฆษณาในญี่ปุ่นมาฝากกันไปแล้ว...ครั้งนี้ดิฉันขอนำคำแนะนำเรื่องการรับประทานไข่ไก่ของท่านวัลลภ เจียรวนนท์ ซึ่งท่านเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่รับประทานไข่ไก่มาตั้งแต่เด็ก ๆ รับประทานทุกวัน ๆ ละ 2-3 ฟองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันไม่เคยขาด และผลของการรับประทานไข่ไก่ที่ท่านประสบกับตัวของท่านเองก็คือ ในวัยใกล้ 70 ปีของท่านวันนี้ร่างกายยังสมบูรณ์ แข็งแรง และที่สำคัญที่สุดคือ ความจำดีเป็นเลิศ....
      ท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยที่ท่านเป็นเด็กคุณพ่อสอนให้ลูก ๆ กินไข่ไก่ทุกวัน วันละ 2-3 ฟอง เพราะคุณพ่อทราบดีว่าไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนที่จำเป็นกับการสร้างสมอง หากคนไหนไม่ชอบกินไข่ไก่ ก็ยากที่สมองจะดีได้ และท่านก็กินไข่ไก่ต่อเนื่องทุกวันมาถึงปัจจุบันนี้ โดยที่ท่านไม่เคยมีปัญหาเรื่องคลอเรสตอลในเลือด หรือปัญหาเรื่องระบบความจำเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านเคยมีปัญหาเรื่องโรควัยรัสตับอักเสบถึง 4 ครั้ง ซึ่งถ้าหากว่าร่างกายของท่านไม่แข็งแรงจริง ๆ ละก็ ท่านอาจมีปัญหาเรื่องความจำตามมาได้ แต่ด้วยความที่ท่านกินไข่ไก่ทุกวันต่อเนื่องมาตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านจึงฟื้นเร็วมาก และท่านยังได้แนะนำว่าอย่าไปกลัวเรื่องคลอเรสเตอรอล เพราะคลอเรสเตอรอลแก้ได้ง่าย ๆ โดยการออกกำลังกายก็หายแล้ว หรือหากใครไม่มีเวลาออกกำลังกายจริง ๆ ก็สามารถทานยาลดคลอเรสเตอรอลซึ่งมีราคาถูกแสนถูกได้ ในทางกลับกันหากมัวแต่กลัวเรื่องคลอเรสเตอรอลจนไม่กินไข่ไก่ ผลร้ายที่อาจจะตามมาก็คือ ท่านอาจเป็นโรคความจำเสื่อมเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ โรคนี้หากใครเป็นก็ถือว่าตายทั้งเป็นเพราะต่อให้ร่ำรวยเงินทองขนาดไหนก็ไม่สามารถจะใช้เงินทองซื้อยามารักษาให้หายได้ ท่านย้ำหลายครั้งว่าโปรตีนไข่ไก่นั้นดีกับสมองจริง ๆ และอยากให้พวกเรา และคนไทยทุกคนได้กินไข่ไก่ทุกวันเหมือนท่าน... ได้เห็นตัวอย่างจากท่านผู้บริหารแบบนี้แล้ว ดิฉันเชื่อว่าถึงตอนนี้เพื่อน ๆ ชาวซีพีหลายท่านคงพอจะหายกลัวคลอเรสเตอรอลในไข่ไก่ และหันมากลัวโรคความจำเสื่อมแทนกันแล้ว ...ที่นี้เรามาดูกันว่าไข่ไก่มีสารอาหารอะไรที่มีประโยชน์กับร่างกายอื่น ๆ อีกบ้าง ดังนี้
ตารางที่ 1 ปริมาณสารอาหารในไข่ไก่ (แสดงค่าต่อ 100 กรัม)
ชนิดของไข่ พลังงาน
(กิโลแคลอรี) โปรตีน
(กรัม) ไขมัน
(กรัม) วิตามินเอ
(ไมโครกรัม) บี 2
(มก.) แคลเซียม
(มก.) ฟอสฟอรัส
(มก.) เหล็ก
(มก.)
ไข่ไก่ ทั้งฟอง 155 12.8 10.8 - - 38 230 3.1
ไข่แดง 336 14.3 30.1 666 0.86 106 517 6.3
ไข่ขาว 51 10.1 1.1 - 0.39 5 11 0.5
 
ที่มา : รองศาสตราจารย์ ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
 
 
• โปรตีนในไข่ สำคัญสำหรับทุกวัย
      โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ เพื่อการเจริญเติบโต หรือชดเชยส่วนที่สูญเสียไป เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ และฮอร์โมนทุกชนิด เด็กวัยเรียน และวัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีความต้องการโปรตีนที่มีคุณภาพดี ส่วนผู้ใหญ่วัยทำงาน และวัยสูงอายุก็ต้องการโปรตีนจากไข่ไก่ไปบำรุงซ่อมแซมส่วนที่สึกหร่อไป
      โปรตีนที่ร่างกายได้รับจากอาหาร จะมีคุณภาพแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีน ในเอกสารประกอบการสัมมนาเชิงวิชาการ หัวข้อ “กินไข่ไก่ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพของนายแพทย์ ดร. วิศาล เยาวพงศ์ศิริ ระบุว่า เนื้อหมู หรือไก่ 1 ขีด (100 กรัม) มีโปรตีนประมาณ 20 กรัม หรือเทียบเท่ากับไข่ 3 ฟอง นมหนึ่งกล่อง (240 มล.) มีโปรตีนมากกว่าไข่เล็กน้อย คือประมาณ 8 กรัม แต่ราคานม 1 กล่องมีราคาเกือบ 3 เท่าของไข่หนึ่งฟอง นอกจากนั้น หากเปรียบเทียบคุณค่าโปรตีนโดยวัดเป็นประสิทธิภาพในการนำไปใช้สำหรับความเจริญของเซลล์ จะพบว่าไข่มีคุณค่าสูงสุด คือ 93.7%. เทียบกับนมแค่ 84.5% ปลา 76% และเนื้อ 74.3% ไข่จึงนับว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุด
• ไข่มีเลซิติน-โคลีนป้องกันโรคความจำเสื่อม
      เลซิตินเป็นสารที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์ทั้งในพืช และสัตว์ ส่วนใหญ่ได้จากไข่แดงของไข่ไก่ เมล็ดพืชที่ให้น้ำมัน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเปลือกแข็ง รวมทั้งปลา และธัญพืชต่าง ๆ เลซิตินเป็นสารประเภทไขมันที่เรียกว่าฟอสโฟลิปิด ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างไขมันและกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนั้นยังมีโคลีนที่ช่วยป้องกันความจำเสื่อมเลซิตินมีประโยชน์ในการควบคุมระดับโคเลสเตอรอล ทำหน้าที่เป็นตัวทำลายไขมันในเส้นเลือด ทำให้ไขมันแตกตัวเป็นอานุภาคเล็ก ๆ และไหลเวียนไปกับกระแสเลือด ป้องกันการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ หรืออุดตัน เป็นผลทำให้หัวใจวาย ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีซึ่งเกิดจาการตกตะกอนของโคเลสเตอรอลในถุงน้ำดี นอกจากนี้เลซิตินยังเป็นสารที่จำเป็นต่อการสร้างโคลีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารสื่อประสาทที่ช่วยในการเสริมสร้างความจำ และลดอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ สำหรับผู้ที่มีโคลีนในร่างกายต่ำ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า จิตใจหดหู่ ไม่มีสมาธิ การควบคุมปริมาณปัสสาวะ และความดันโลหิตบกพร่อง
คุณประโยชน์อื่น ๆ ของไข่ไก่
      สำหรับคุณประโยชน์ด้านอื่น ๆ ของไข่ไก่นั้น ขอนำข้อมูลจากหนังสือ เกร็ดความรู้:ไข่ไก่ ซึ่งสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ ได้เคยจัดพิมพ์เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบไปบ้างก่อนหน้านี้แล้ว ดังนี้
• ในไข่มีธาตุเหล็ก ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย
      ธาตุเหล็กที่พบในไข่ไก่ เป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับร่างกาย คือเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และไมโอโกลบินในกล้ามเนื้อ ความต้องการธาตุเหล็กจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัย
      สตรีจะสูญเสียธาตุเหล็กในช่วงที่มีประจำเดือน นักกีฬาที่ออกกำลังกายเป็นประจำอาจเกิดอาการผิดปรกติเกี่ยวกับเม็ดเลือดแดงที่เรียกว่าโรคโลหิตจางในนักกีฬา ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มจำเป็นต้องได้รับธาตุเหล็กเพิ่มกว่าปรกติ
      อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กได้แก่ ไข่แดง เลือดสัตว์ ตับ ถั่วต่าง ๆ ผลไม้แห้ง ใครที่กินไข่เป็นประจำ ควบคู่ไปกับการกินผลไม้แห้ง เครื่องในสัตว์ ก็จะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
• ไข่ไก่ มีสารลูเที่ยน (Lutein) และซีแซนทิน (Zeaxanthin)
      นอกจากไข่จะมีโปรตีน และเหล็กแล้ว ในไข่แดงยังมีสารลูเที่ยน (Lutein) และซีแซนทิน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารจำพวกแคโรทีน หรือเม็ดสีที่อยู่ในอาหารจากพืช และสัตว์
      มีงานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า สารทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันการเสื่อมสภาพของจอรับภาพที่ตา ซึ่งจัดเป็นโรคที่สำคัญอีกโรคหนึ่งในปัจจุบัน
      นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร ดิ อเมริกัน เจอร์นัล ออฟ คลินิคัลนิวทรีชั่น (The American Lournal of Clinical Nutrition) ว่าสารลูเที่ยน (Lutein) และซีแซนทิน (Zeaxanthin) ที่พบมากในไข่แดงนั้น ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าสารชนิดเดียวกันที่พบในพืช ผัก เช่น แครอต ผักขม อีกด้วย ทั้งนี้เพราะส่วนประกอบของไขมันในไข่แดงช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
      การกินไข่ในปริมาณที่เหมาะสม จึงสามารถช่วยป้องกันปัญหาทางด้านสายตาได้อย่างมาก เราจึงควรส่งเสริมให้เด็กไทย หันมารับประเทานไข่ไก่กันให้มากขึ้น
• วิตามินอีในไข่
      วิตามินอี มีบทบาทสำคัญ คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คนที่กินอาหารที่มีวิตามินอีสูง ๆ จึงแลดูอ่อนเยาว์ ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น เมื่อวิตามินอี ทำงานร่วมกับเบต้าแคโรทีนจะช่วยทำให้รางกายต่านมลพิษในอากาศได้มากขึ้น อีกทั้งยังป้องกันอาการอ่อนเพลีย ป้องกันและละลายก้อนเลือดไม่ให้เกิดอุดตันในหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และอัมพาตได้
      นอกจากจะพบวิตามินอีในไข่แล้ว เรายังพบวิตามินอีในข้าวกล้อง จมูกข้าว รำอ่อน เมล็ดธัญญพืช หากกินข้าวกล้อง เมล็ดธัญญพืช ผักสด และผลไม้สดควบคู่ไปกับการกินไข่เป็นประจำร่างกายก็จะได้รับทั้งวิตามินอี และเบต้าแคโรทีน เข้าไปเสริมสร้างภูมิต้านทานให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาเรื่องโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างแน่นอน
• วิตามินบี ในไข่ไก่
      เรารู้กันว่า ในข้าวกล้องมีวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินตัวสำคัญตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า ไข่ก็มีวิตามินบีด้วยเช่นกัน
      ไข่ 1 ฟอง จะมีวิตามิน บี 1 บี 2 และบี 3 ซึ่งวิตามินบีเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญ ๆ คือ
      ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมอง ทำให้ความจำดี อารมณ์ดี ไม่เครียดง่าย
      ช่วยในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ รวมทั้งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ
      ช่วยรักษาโรคเหน็บชา อีกทั้งยังทำให้เยื่ออ่อนในร่างกายแข็งแรง เช่นเยื่อตา เยื่อบุในปากใครที่กินอาหารรสจัดแล้วแสบปาก หรือตาสู้แสงไม่ค่อยได้ เป็นเพราะขาดวิตามินบี 2
      ใครที่กินไข่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ก็จะมีระบบความจำดี อารมณ์ดี ไม่เป็นโรคเหน็บชา รวมทั้งโรคอื่น ๆ
• ฟอสฟอรัสจากไข่
      ฟอสฟอรัสคือ เกลือฟอสเฟต ที่ทำหน้าที่รักษาความสมดุลของกรด- ด่าง ของร่างกาย และ เป็นส่วนประกอบของสารอินทรีย์สำคัญคือ กรดนิวคลิอิก ทำหน้าที่ควบคุมการถ่ายทอดพันธุกรรม และการสร้างโปรตีน
      ฟอสโฟไลปิด ช่วยให้ไขมันละลายในน้ำ และช่วยขนส่งน้ำมัน และกรดไขมัน เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ เป็นส่วนประกอบของสารที่เก็บพลังงานเพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระดูก และฟัน
      เราจะพบฟอสฟอรัสได้ในอาหารประเภท ไข่แดง เนื้อสัตว์ หมู ถั่วเมล็ดแห้ง
      เด็กและผู้สูงอายุที่กินไข่ไก่เป็นประจำควบคู่ไปกับการกินเนื้อสัตว์ ก็จะได้รับฟอสฟอรัสเข้าไปเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
• บทบาทของสังกะสีในไข่ไก่
      สังกะสีจัดเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต หากขาดสังกะสีอย่างรุนแรง จะทำให้เด็กไม่โต เบื่ออาหาร ต่อมไร้ท่อของระบบสืบพันธุ์ทำงานน้อย ต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก มีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ทำให้แผลหายช้า ผิวหน้ามีปัญหาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
      อาการขาดสังกะสี จะพบได้ในคนที่กินอาหารไม่ถูกส่วน เช่น กินแต่บะหมี่สำเร็จรูป ผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่กินอาหารไม่ได้ ต้องให้น้ำเกลือตลอดเวลา แพทย์ผู้รักษาจึงมักเติมสังกะสีลงในอาหารที่ป้อนทางสายยางให้แก่ผู้ป่วย
- ไข่กับการรักษาโรคกระเพาะ
      หลักการของการใช้อาหารรักษาโรคกระเพราะ ก็คืออาหารที่มีฤทธิ์สลายกรดได้ และไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะ ผู้ป่วยควรจะได้รับอาหารประเภทนี้ในปริมาณน้อย และบ่อย ๆ การรักษาจึงจะได้ผลดี
      ไข่ เป็นโปรตีนที่มีกากน้อย และย่อยง่าย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะของผู้ป่วย จึงเหมาะที่จะทำอาหารให้ผู้ป่วยโรคกระเพาะกินบ่อย ๆ อย่างยิ่ง
      นอกจากนี้ ในไข่ยังมีธาตุสังกะสีที่มีฤทธิ์ในการสมานแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้มีรายงานในผู้ป่วยที่เป็นแผล พบว่า หากได้รับสังกะสีเป็นอาหารเสริม แผลจะหายเร็วขึ้น และที่สำคัญยิ่งก็คือ เวลาที่แผลหายแล้ว มักจะหายเลยไม่กลับเป็นขึ้นมาอีก
• ข้อแนะนำการบริโภคไข่สำหรับเด็กวัยเรียน และวัยต่าง ๆ
      รองศาสตราจารย์ ดร.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล มีข้อแนะนำการบริโภคไข่สำหรับเด็กวัยเรียน และวัยต่าง ๆ ดังนี้
      วัยเด็กทารก อาหารเสริมที่เป็นแหล่งโปรตีนชนิดแรกที่แนะนำคือ ไข่แดงสุก บดกับข้าว และเมื่อทารกอายุครบ 7 เดือนมีระบบย่อยอาหารสมบูรณ์จึงสามารถให้ไข่ได้ทั้งฟอง
      เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน วัยรุ่น และคนวัยทำงานที่ร่างกายปกติ สามารถรับประทานไข่ได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง
• บริโภคไข่อย่างไรให้ได้ประโยชน์ และปลอดภัย
      รองศาสตราจารย์ ดร.ประไพศรี ได้แนะนำให้ บริโภคไข่สุก เพราะไข่ที่ไม่สุก จะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และไข่ขาวที่ไม่สุกจะขัดขวางการดูดซึมวิตามินไบโอติน ทำให้ขาดวิตามินไบโอติน นอกจากนี้ไข่ที่ไม่สุก ร่างกายจะย่อยได้ยาก ทำให้ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่
      เมนูอาหารไข่ทำได้มากมาย หากต้องการหลีกเลี่ยงไขมัน ควรบริโภคไข่ต้ม หรือไข่ตุ๋น เพราะการนำไข่มาทอดเป็นไข่
**เสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ มีคุณธรรม**

ออฟไลน์ Episode

  • Global Moderator
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 11357
  • จิตพิสัย: 124
  • ยนต์ครับ 081-7118005 Cefiro A32 สีเขียว
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 09:05:52 AM »
มากินไข่กันเถิด [monkey19] [monkey19]
**เสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ มีคุณธรรม**

ออฟไลน์ TA

  • กลุ่มสมาชิกหลัก
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 3884
  • จิตพิสัย: 50
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 09:33:46 AM »
ไข่..มันดีแบบนี้นี่เอง.. [smilely116] [smilely116]

ออฟไลน์ a lumlookka

  • นายร้อย
  • ***
  • กระทู้: 226
  • จิตพิสัย: 0
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 11:08:21 AM »
หิวมาทันทีเลย....ข้าวร้อน  ไข่ต้ม  น้ำปลา  พริก  มะนาว   [smilely79] [smilely79]

ออฟไลน์ TA

  • กลุ่มสมาชิกหลัก
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 3884
  • จิตพิสัย: 50
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 11:23:34 AM »
หิวมาทันทีเลย....ข้าวร้อน  ไข่ต้ม  น้ำปลา  พริก  มะนาว   [smilely79] [smilely79]

ลักษณะจะหิว...มาก นะคะคุณพี่  [monkey17] [monkey17]

ออฟไลน์ narai A32

  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 1930
  • จิตพิสัย: 24
  • ทุกข์ขัง อนิจจัง อนัตตา 0868955800 ป๊อบ
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2011, 02:53:07 PM »
ขอเป็นตานีแล้วกัน




.+' ไม่ มี ใคร ใหญ่ กว่า กรรม '+.

ออฟไลน์ TA

  • กลุ่มสมาชิกหลัก
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 3884
  • จิตพิสัย: 50
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2011, 10:52:56 AM »
ขอเป็นตานีแล้วกัน

เค้าเรียก ยางมะตอย มะใช่หรอคะ 

ฮิฮิ...ยางมะตูม อะ  [monkey18] [monkey18]

ออฟไลน์ การ์ตูน...

  • Administrator
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 2418
  • จิตพิสัย: 16
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2011, 09:03:12 PM »
ไข่..มันดีแบบนี้นี่เอง.. [smilely116] [smilely116]
หัวข้อต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตกครับ

ออฟไลน์ TA

  • กลุ่มสมาชิกหลัก
  • นายพล
  • *****
  • กระทู้: 3884
  • จิตพิสัย: 50
    • อีเมล์
Re: ต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 11:05:47 AM »
ไข่..มันดีแบบนี้นี่เอง.. [smilely116] [smilely116]
หัวข้อต้มไข่ที่ร้าวไม่ให้แตกครับ

ขอโทษค่ะ หนูแค่เ่พิ่งรู้ซึ้งประโยชน์ของมันอะ คุณพี่. [smilely116] [smilely116]